การผสมพันธุ์ปลากัด การเพาะพันธุ์ปลากัด

ปลากัดหางมงกุฏ เพศผู้
ปลากัดหางมงกุฏ เพศผู้

ปลากัด Betta splendens Regan เป็นปลาพื้นเมืองของไทยที่นิยมเพาะเลี้ยงเป็นเวลาหลายร้อยปีมาแล้ว เพื่อไว้ดูเล่นและเพื่อกีฬากัดปลาและเป็นที่รู้จักกันดีในต่างประเทศในชื่อ Siamese fighting fish ปัจจุบันประเทศไทยมีการเพาะเลี้ยงปลากัดกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นปลาที่เลี้ยงและเพาะพันธุ์ได้ง่าย ประเทศไทยได้ส่งปลากัดไปขายต่างประเทศมีมูลค่าการส่งออกอยู่ในอันดับต้นๆ

ปลากัดพันธุ์ดั้งเดิมในธรรมชาติ มีสีน้ำตาลขุ่นหรือสีเทาแกมเขียว ครีบและหางสั้น ปลาเพศผู้มีครีบและหางยาวกว่าปลาเพศเมียเล็กน้อย จากการเพาะพันธุ์และการคัดพันธุ์ติดต่อกันมานาน ทำให้ได้ปลากัดที่มีสีสวยงามลักษณะครีบก็แผ่กว้างใหญ่สวยงามกว่าพันธุ์ดั้งเดิมมาก ปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ปลากัดที่เลี้ยงเพื่อความสวยงามหลาก หลายรูปแบบ เช่น หางเดี่ยว (Single-tailed) หางสามเหลี่ยม (Delta) หางพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว (Halfmoon) หางมงกุฏ (Crown-tailed) สองหาง (Double-tailed) และปลากัดยักษ์ (Giant betta) และในประเภทสีเดี่ยวมีการพัฒนาหลายหลากสี เช่น เขียว แดง น้ำเงิน ม่วง ขาว ทอง ส้ม ดำ และมีประเภท 2 สี เช่น Dragon และหลายสี (Fancy) เป็นต้น

วิธีการเพาะพันธุ์ปลากัด

นำขวดปลาเพศผู้และเพศเมียที่มีความสมบูรณ์ทางเพศเต็มที่มาวางติดกัน ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า “เทียบคู่” ในบริเวณที่ปราศจากสิ่งรบกวน ใช้เวลาเทียบคู่ประมาณ 3-10 วัน จากนั้นนำปลาเพศผู้และเพศเมีย ใส่ลงในภาชนะที่เตรียมไว้สำหรับผสมพันธุ์ เช่น ขันพลาสติก โหลแก้ว กะละมัง ตู้กระจกหรืออ่างดิน แล้วใส่พันธุ์ไม้น้ำที่แช่ด่างทับทิมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งชนิดพันธุ์ไม้น้ำที่นิยมใช้ ได้แก่ สาหร่ายพุงชะโด สาหร่ายหางกระรอก จอก ใบผักตบชวา เป็นต้น เมื่อปลาสามารถปรับตัวให้ชินกับสภาพในภาชนะ (ประมาณ 1-2 วัน) ปลาเพศผู้จะเริ่มก่อหวอดติดกับพันธุ์ไม้น้ำ หลังจากสร้างหวอดเสร็จ ปลาเพศผู้จะพองตัวกางครีบ ไล่ต้อนตัวเมียให้ไปอยู่ใต้หวอด ขณะที่ตัวเมียลอยขึ้นมาบริเวณผิวน้ำ ปลาตัวผู้จะรัดตัวเมียตรงบริเวณช่องอวัยวะเพศ จากนั้นไข่ก็จะหลุดออกมา พร้อมกับเพศผู้จะฉีดน้ำเชื้อเข้าผสม และปลาเพศผู้จะตามลงไปใช้ปากดูดไข่อมไว้ว่ายน้ำขึ้นไปพ่นไข่เข้าไว้ในฟองอากาศจนกว่าจะหมด เมื่อสิ้นสุดการวางไข่ปลาเพศผู้จะทำหน้าที่ดูแลไข่เพียงลำพัง และจะไล่ต้อนปลาเพศเมียไปอยู่ที่มุมภาชนะ จากนั้นรีบนำปลาเพศเมียออกจากภาชนะ เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาเพศเมียกินไข่ ปล่อยให้ปลาเพศผู้ดูแลไข่ 2 วัน จึงแยกเพศผู้ออก

ปลากัดสีขาว
ปลากัดสีขาว

การเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ปลากัด

ปลากัดเป็นปลาที่มีนิสัยก้าวร้าว มีพฤติกรรมชอบต่อสู้ ดังนั้นปลาที่มีอายุ 1 ?-2 เดือน ควรแยกเลี้ยงในภาชนะละ 1 ตัว ภาชนะที่ใช้เลี้ยงปลากัดได้แก่ ขวดแบนชนิดบรรจุน้ำได้ 150 ซีซี เพราะสามารถเรียงกันได้ไม่สิ้นเปลืองเนื้อที่ การแยกเพศสังเกตจากปลาเพศผู้มีลำตัวสีเข้ม ครีบยาว ลายบนลำตัวมองเห็นชัดเจนและขนาดมักจะโตกว่าเพศเมีย ปลาเพศเมียจะมีสีซีดจาง มีลายพาดตามยาวลำตัว 2-3 แถบ น้ำที่ใช้เลี้ยงต้องเป็นน้ำที่สะอาดปราศจากคลอรีน มีความเป็นกรด-ด่าง (pH) ประมาณ 6.5-7.5 ความกระด้าง 75-100 มก./ ลิตร และมีความเป็นด่าง 100-200 มก./ ลิตร บรรจุน้ำลงในขวดเพียง ? ขวด เพื่อเว้นช่องว่างให้อากาศได้สัมผัสกับผิวน้ำ

อาหารที่ใช้เลี้ยงปลากัด

ปลากัดชอบกินสัตว์น้ำขนาดเล็กที่มีชีวิตเป็นอาหาร อาหารที่ใช้เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ได้แก่ ลูกน้ำ หนอนแดง ไรสีน้ำตาล (Artemia) ที่มีชีวิต อาหารที่มีชีวิตที่ใช้เลี้ยงทุกครั้งควรล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วแช่ในด่างทับทิมเข้มข้น 500-1,000 ส่วนในล้านส่วน (0.5-1.0 กรัม / ลิตร) เป็นเวลา 10-20 วินาที เพื่อฆ่าเชื้อโรคที่ติดมากับอาหารหลังจากนั้นจึงล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งหนึ่ง การถ่ายเทน้ำควรกระทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ปลากัด

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการผสมพันธุ์ปลากัดอยู่ระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน ปัจจุบันสามารถที่จะผสมพันธุ์ปลาได้เกือบตลอดปี อุณหภูมิน้ำ 26-28 องศาเซลเซียส ปลาที่นำมาทำการเพาะพันธุ์ ควรมีอายุ 5-6 เดือนขึ้นไป ปลากัดจะวางไข่ครั้งละ 500-1,000 ฟอง ในฤดูผสมพันธุ์จะสังเกตเห็นความสมบูรณ์เพศของปลาได้ชัดเจน ในการคัดเลือกปลาเพื่อผสมพันธุ์ มีหลักที่ควรปฏิบัติดังนี้

ปลาเพศผู้ คัดเลือกปลาที่แข็งแรง ว่ายน้ำปราดเปรียว ลักษณะสีสดสวยตามที่ต้องการ ชอบสร้างรังซึ่งเรียกว่า “หวอด” โดยการพ่นฟองอากาศที่มีน้ำเมือกจากปากและลำคอผสมด้วย ซึ่งแสดงถึงว่าปลาเพศผู้มีความสมบูรณ์ทางเพศที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์

ปลาเพศเมีย คัดเลือกปลาที่แข็งแรง สังเกตบริเวณท้องมีลักษณะอูมเป่ง และบริเวณใต้ท้องจะมีตุ่มสีขาวใกล้กับรูก้นเห็นได้ชัดเจนแสดงว่าพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้แล้ว ซึ่งตุ่มสีขาวนี้เรียกกันว่า “นำไข่”

การอนุบาลลูกปลากัด

ไข่ปลากัดจะฟักเป็นตัวหลังจากได้รับการผสมน้ำเชื้อประมาณ 36 ชั่วโมง โดยในช่วงแรกจะมีถุงอาหาร (Yolk sac) ติดตัวมาด้วย ดังนั้นช่วง 3-4 วันแรกจึงยังไม่ต้องให้อาหาร หลังจากถุงอาหารยุบหมด ควรให้ไข่แดงต้มสุกกรองผ่านกระชอนตาถี่ให้อาหารวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 3-5 วัน แล้วจึงเปลี่ยนเป็นตัวอ่อนของไรแดง (Moina) ต่อมาจึงเปลี่ยนเป็นไรแดงตัวเต็มวัย เลี้ยงต่อไปจนกระทั่งปลาสามารถกินลูกน้ำได้และสามารถแยกเพศปลากัดได้เมื่อปลามีอายุ 1? เดือนขึ้นไป

อ้างอิง fisheries.go.th/aquaorna/การเพาะพันธุ์ปลากัด.html

โฆษณา

การสั่งซื้อ

โทร 090-592-8614
ไลน์ไอดี FarmKaset ←คลิกเลย
หรือทักแชทที่เพจ ฟาร์มเกษตร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *